กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฟ้องร้องบริษัทหัวเว่ย และน.ส.เมิ่ง หว่านโจว ผู้บริหารระดับสูงและทายาทคนโตของอาณาจักรเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน ทั้งสิ้น 23 กระทง ที่รวมถึงการฉ้อโกง จารกรรมข้อมูลและขัดขวางกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งย้ำว่าต้องการให้แคนาดาส่งตัว “ลูกสาวหัวเว่ย”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ว่านายแมตต์ วิตเทเกอร์ รักษาการรมว.กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ แถลงเมื่อวันอังคาร เรื่องการฟ้องร้องคดีอาญา 13 กระทงต่อบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารและโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของโลกจากจีน ตามที่รัฐบาลกลางยื่นฟ้องต่อศาลแขวงรัฐบาลกลางเขตนิวยอร์กตะวันออก ในข้อหาเจตนาชี้นำให้สถาบันการเงินทั้งในสหรัฐและของต่างประเทศต่างประเทศซึ่งมีสำนักงานอยู่ในสหรัฐ “เข้าใจผิด” เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสำนักงานใหญ่ของหัวเว่ยที่เมืองเซินเจิ้น กับบริษัทในเครือ 2 แห่ง คือ “หัวเว่ย ดีไวซ์ ยูเอสเอ” กับ  “สกายคอม” ในการลักลอบทำธุรกรรมกับอิหร่าน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลวอชิงตันยังฟ้องร้องหัวเว่ย ดีไวซ์ ยูเอสเอ และสกายคอม ในข้อหาเจตนาจารกรรมข้อมูลลับด้านเทคโนโลยีจากสำนักงานในสหรัฐของบริษัทที-โมไบล์ จากเยอรมนี การฉ้อโกงผ่านระบบธนาคาร และการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม รวม 10 กระทง โดยข้อหาทั้งหมดในส่วนนี้ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงรัฐบาลในเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน ทั้งนี้ สำนวนของอัยการระบุว่าหัวเว่ยจารกรรมข้อมูลของที-โมไบล์ที่เรียกว่า “แทปปี” ( Tappy ) ซึ่งเป็นระบบสัมผัสด้วยนิ้วมือจำลองในการทดสอบประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟน

สำหรับจำเลยคนสำคัญของคดีนี้แน่นอนว่ามีคนเดียว คือน.ส.เมิ่ง หว่านโจว ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ( ซีเอฟโอ ) ของหัวเว่ย ซึ่งเป็นทายาทคนโตของนายเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งบริษัทด้วย โดยนายคริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง ( เอฟบีไอ ) กล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐจะยื่นคำร้องต่อแคนาดาให้ทันภายในกำหนด 60 วันตามกฎหมายของแคนาดา คือภายในวันที่ 30 ม.ค. นี้ เพื่อขอให้รัฐบาลออตตาวาเนรเทศอีกฝ่ายมาดำเนินคดีที่สหรัฐในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน โดยทางการแคนาดาควบคุมตัวน.ส.เมิ่งเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ปีที่แล้ว และเธอมีกำหนดขึ้นศาลที่เมืองแวนคูเวอร์ในวันที่ 6 ก.พ. นี้

ด้านรัฐบาลปักกิ่ง และสถานเอกอัครราชทูตจีนทั้งในสหรัฐและแคนาดายังไม่แสดงท่าทีต่อเรื่องนี้ ขณะที่นางคริสเทีย ฟรีแลนด์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศแคนาดา กล่าวถึงการที่นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ปลดนายจอห์น แมคคัลลัม ออกจากตำแหน่งเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำกรุงปักกิ่ง เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าเป็นเพราะทรรศนะของนักการทูตอาวุโสต่อคดีหัวเว่ยจะยิ่งทำให้การดำเนินการเรื่องนี้ “ยุ่งยากมากขึ้น”.

Categories: news